หน้าแรก รีวิวเกมคาสิโน วิธีเล่นบาคาร่าออนไลน์

วิธีเล่นบาคาร่าออนไลน์

56
0
วิธีเล่นบาคาร่าออนไลน์

วิธีเล่นบาคาร่าออนไลน์ อีก 1 เกมส์ชั้นนำ

วิธีเล่นบาคาร่าออนไลน์ ซึ่งที่ใครหลายๆคนรู้กันแล้ว แต่สำหรับเพื่อนๆที่เป็นมือใหม่ อาจจะยังไม่เข้าใจ และต้องการ ที่จะสร้างรายได้จากทางนี้ ก็มีโอกาสที่จะเป็นไปได้เช่นกัน

การเล่นบาคาร่านั้น ไม่ใช่เรื่องยาก เพราะมันเป็นเกมส์ ที่คล้ายกับเกมส์ของไทยเรา อย่างเกมส์ ป๊อกเด้ง ซึ่งการเล่นเหมือนกัน วิธีเล่นคล้ายๆกัน กติกาก็คล้ายๆกันครับ แต่การเดิมพันต่างกัน เพราะการเดิมพันบาคาร่านั้น จะมีรูปแบบที่หลากหลายกว่า ส่วนวิธีเล่น จะมีเพียงแค่ 2 ฝ่ายเท่านั้น นั่นก็คือ เจ้ามือ และ ผู้เล่น

บาคาร่าเล่นยังไง มีวิธีเล่นแบบไหน ใช้กฏกติกาอะไรบ้าง

บาคาร่าเล่นยังไง อันนี้ตอนง่ายมาก สำหรับเกมส์บาคาร่า จะมีวิธีเล่นคือ แจกไพ่เป็น 2 ฝ่าย ฝ่ายละ 2 ใบ และจะแยกไพ่ไว้อีก ฝ่ายละ 1 ใบ ซึ่งลำดับการเล่น จะเป็นแบบนี้นะครับ

แจกไพ่ > เปิดรอบให้เดิมพัน > หงายไพ่ 2 ใบแรกก่อน > ดูเงื่อนไขต่างๆ > เปิดไพ่ใบที่ 3 หากเข้าเงื่อนไข > วัดผลแพ้ชนะ

ลำดับของการเล่น ก็จะเป็นแบบนี้นั่นเอง ซึ่งในแต่ละขั้นตอนนั้น ก็จะมีรายละเอียดเล็กๆน้อยอีกด้วยนั่นเอง

แจกไพ่
ก็จะเป็นการแจกไพ่ 2 ใบ 2 ฝ่าย แล้วก็แย่งไพ่ไว้อีก 1 ใบ 2 ฝ่าย

เปิดรอบให้เดิมพัน
ก็จะเป็นรอบที่ให้เพื่อนๆ ได้มีโอกาสเดิมพัน ซึ่งการเดิมพันนี้เอง จะมีอยู่ด้วยกัน 3 ฝ่ายใหญ่ๆ ฝ่ายเจ้ามือ ฝ่ายเสมอ และ ฝ่ายผู้เล่น ซึ่งแต่ละรูปแบบการเดิมพัน ก็จะมีอัตราการจ่ายที่แตกต่างกันออกไป

เจ้ามือ จะมีอัตราการจ่ายอยู่ที่ 1 : 0.95
เจ้ามือป๊อก จะมีอัตราการจ่ายอยู่ที่ 1 : 8
เจ้ามือไพ่คู่ จะมีอัตราการจ่ายอยู่ที่ 1 : 11

เสมอ จะมีอัตราการจ่ายอยู่ที่ 1 : 8

ผู้เล่น จะมีอัตราการจ่ายอยู่ที่ 1 : 1
ผู้เล่นป๊อก จะมีอัตราการจ่ายอยู่ที่ 1 : 8
ผู้เล่นไพ่คู่ จะมีอัตราการจ่ายอยู่ที่ 1 : 11

ลัคกี้ ซิค จะมีอัตราการจ่ายอยู่ 2 รูปแบบ หากเจ้ามือชนะด้วย 6 แต้ม ในขณะที่ถือไพ่เพียง 2 ใบ จะมีอัตราการจ่ายอยู่ที่ 12 เท่า แต่ถ้า หากเจ้ามือชนะด้วย 6 แต้ม ในขณะที่ถือไพ่เพียง 3 ใบ จะมีอัตราการจ่ายอยู่ที่ 20 เท่า

การเดิมพัน เจ้ามือ เสมอ หรือ ผู้เล่น จะเป็นการคาดเดา ว่าผลลัพธ์ที่ออก ฝ่ายไหนจะเป็นฝ่ายชนะ ส่วนการเดิมพัน เจ้ามือป๊อก หรือ ผู้เล่นป๊อก จะดูจากแต้มรวมของไพ่ 2 ใบแรก ว่ามีแต้มอยู่ที่ 8 – 9 หรือป่าว และการเดิมพัน เจ้ามือไพ่คู่ และ ผู้เล่นไพ่คู่ จะเป็นการคาดเดา ว่าฝ่ายนั้น จะมีไพ่ที่มีแต้มเท่ากันหรือป่าว หรือเป็นไพ่ใบเดียวกัน

หงายไพ่ 2 ใบแรก และจากนั้น ดูเงื่อนไขต่างๆ
สำหรับขั้นตอนนี้ จะเป็นการวัดแต้มจากไพ่ 2 ใบแรกก่อน ซึ่งในรอบนี้ หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง มีแต้มอยู่ที่ 8 – 9 แต้ม จะเป็นฝ่ายชนะไปเลย แต่ถ้ามี 8 – 9 แต้มเหมือนกัน จะดูว่าแต้มของฝ่ายไหนมากกว่า และเท่าแต้มเท่ากัน ผลลัพธ์ของเกมส์นั้น ก็จะเป็นฝ่าย เสมอ ที่ชนะไป

แต่ถ้าทั้ง 2 ฝ่าย มีแต้มน้อยกว่า 8 แต้ม นั้นก็คือ 0 – 7 แต้ม ฝ่ายนั้นจะมีโอกาส ที่จะได้เพิ่มไพ่เพิ่ม 1 ใบ ซึ่งเงื่อนไขของการเปิดไพ่เพิ่มอีก 1 ใบนั้น จะมีดังนี้

หากผู้เล่นมีแต้มน้อยกว่า 6 หรือมีแต้มน้อยกว่าเจ้ามือ ฝ่ายผู้เล่น จะมีโอกาสได้เปิดไพ่เพิ่ม และในทางกลับกัน หากเจ้ามือ มีแต้มน้อยกว่าผู้เล่น เจ้ามือก็มีโอกาส ที่จะเปิดไพ่เพิ่มเช่นกัน แต่ถ้าผู้เล่นเอง เปิดไพ่ใบที่ 3 แล้วแต้มรวมน้อยกว่าไพ่ 2 ใบของเจ้ามือ เจ้ามือจะเป็นฝ่ายชนะไปเลย

แล้วหลังจากนั้น ก็จะเริ่ม การเดิมพันในตาต่อไปเรื่อยๆ เป็นแบบนี้วนไปเรื่อยๆ จนกว่าไพ่ในกองจะหมด เมื่อไพ่ในกองหมดแล้ว ก็จะมีพนักงาน เข้ามาเปลี่ยนกองไพ่ใหม่ให้

การนับแต้มบาคาร่า ที่ทำความเข้าใจได้ง่ายมากๆ

การนับแต้มบาคาร่า ก็จะเหมือนกับเกมส์อย่าง ป๊อกเด้ง เลยนะครับ แทบจะไม่ต่างอะไรกัน จะมีแตกต่างก็ตรงที่ บาคาร่านั้น ไม่มีเด้ง ไม่มีเซียน ไม่มีตรง ไม่มีเรียง

และการนับแต้มของบาคาร่า ก็จะมีแต้มที่ตรงกับหน้าไพ่เลยนะครับ

A มีค่าเท่ากับ 1
2 มีค่าเท่ากับ 2
3 มีค่าเท่ากับ 3
4 มีค่าเท่ากับ 4
5 มีค่าเท่ากับ 5
6 มีค่าเท่ากับ 6
7 มีค่าเท่ากับ 7
8 มีค่าเท่ากับ 8
9 มีค่าเท่ากับ 9
10 , J , Q , K มีค่าเท่ากับ 10 หรือจะแทนด้วย 0 เลยก็ได้เช่นกัน

และเกมส์บาคาร่านั้น ไม่ได้มีเพียงแค่ 1 รูปแบบนะครับ ยังมีรูปแบบอื่นๆอยู่อีก 2 รูปแบบ นั้นก็คือ บาคาร่าไม่มีค่าคอมมิชชั่น และ บาคาร่าวัววัว สำหรับบาคาร่าไม่มีค่าคอมมิชชั่น ก็ตามชื่อเลยนะครับ การเดิมพันในฝ่ายของเจ้ามือ จะได้รับค่าตอบแทน 1 : 1 ส่วนบาคาร่าวัววัว จะมีการเดิมพัน 3 ฝ่ายเท่านั้น

แต่การเดิมพันบาคาร่าวัววัว จะเป็นรูปแบบ ของผู้เล่นที่มีประสบการณ์มากๆแล้วนั่นเอง เพราะการเดิมพันในบาคาร่าวัววัวนั้น จะมีอัตราการจ่ายที่ขึ้นอยู่กับแต้มของผู้ที่ชนะ หากผู้เล่นเดิมพันในส่วนของ เจ้ามือ และ ผู้เล่น แต่ถ้าผู้เล่นเดิมพัน เสมอ ก็จะมีอัตราการจ่ายอยู่ที่ 1 ต่อ 8 เช่นกัน

หากแต้มบนมือของผู้เล่นอยู่ที่ 1 แต้ม อัตราการจ่ายในตานั้น ก็จะอยู่ที่ 1 เท่า
หากแต้มบนมือของผู้เล่นอยู่ที่ 2 แต้ม อัตราการจ่ายในตานั้น ก็จะอยู่ที่ 2 เท่า
หากแต้มบนมือของผู้เล่นอยู่ที่ 3 แต้ม อัตราการจ่ายในตานั้น ก็จะอยู่ที่ 3 เท่า
หากแต้มบนมือของผู้เล่นอยู่ที่ 4 แต้ม อัตราการจ่ายในตานั้น ก็จะอยู่ที่ 4 เท่า
หากแต้มบนมือของผู้เล่นอยู่ที่ 5 แต้ม อัตราการจ่ายในตานั้น ก็จะอยู่ที่ 5 เท่า
หากแต้มบนมือของผู้เล่นอยู่ที่ 6 แต้ม อัตราการจ่ายในตานั้น ก็จะอยู่ที่ 6 เท่า
หากแต้มบนมือของผู้เล่นอยู่ที่ 7 แต้ม อัตราการจ่ายในตานั้น ก็จะอยู่ที่ 7 เท่า
หากแต้มบนมือของผู้เล่นอยู่ที่ 8 แต้ม อัตราการจ่ายในตานั้น ก็จะอยู่ที่ 8 เท่า
หากแต้มบนมือของผู้เล่นอยู่ที่ 9 แต้ม อัตราการจ่ายในตานั้น ก็จะอยู่ที่ 9 เท่า

หากผู้เล่นเดิมพัน เสมอ เมื่อผู้เล่นแพ้ ก็จะเสียเงินเดิมพันเพียงแค่ 1 เท่า แต่ถ้าผู้เล่นเดิมพันแพ้ในการเดิมพัน เจ้ามือ หรือ ผู้เล่น ผู้เล่นจะต้องเสียเงินเดิมพัน ที่คูณกับอัตราการจ่ายในตานั้นๆอีกด้วย

สมมุติว่าผู้เล่นเดิมพันไป 100 บาท แล้วแต้มของผู้ชนะอยู่ที่ 5 แต้ม

หากผู้เล่นแพ้ ผู้เล่นจะต้องเสียเงินเดิมพันเป็น 500 บาท
หากผู้เล่นชนะ ผู้เล่นก็จะได้รับเงินเดิมพัน 500 บาทเช่นกัน

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here